Home » วิธีอ่านราคาบอล
วิธีอ่านราคาบอล เข้าใจแต้มต่อ ค่าน้ำ และตลาดเดิมพันก่อนวางบิล
วิธีอ่านราคาบอล เริ่มจากการแยกให้ออกว่าตัวเลขที่เห็นเป็นราคาประเภทไหน เช่น ราคาแฮนดิแคป ราคาสูงต่ำ หรือราคา 1X2 เนื่องจากแต่ละตลาดใช้หลักตัดสินผลต่างกัน การเห็นทีมต่อ 0.5 ไม่ได้หมายความว่าทีมนั้นจะชนะอย่างแน่นอน แต่เป็นเงื่อนไขที่กำหนดว่าฝั่งต่อจำเป็นต้องชนะการแข่งขันจะได้ผลเดิมพันตามราคา แทงบอล ที่เลือก ส่วนฝั่งรองจะได้เปรียบจากแต้มต่อที่ได้รับก่อนนำผลจริงมาคำนวณ และอีกส่วนที่ต้องอ่านควบคู่กันคือ ค่าน้ำฟุตบอล ที่ใช้บอกอัตราผลตอบแทนของตัวเลือกนั้น ผู้เล่นไม่ควรดูเพียงว่าทีมไหนเป็นต่อหรือรอง แต่ควรตรวจราคา ค่าน้ำ ตลาดเดิมพัน และเงื่อนไขการตัดสินบิลให้ครบก่อนยืนยันรายการ
ราคาบอลคืออะไร และตัวเลขบนหน้าราคาบอกข้อมูลอะไรกับผู้เล่น
ราคาบอลคือเงื่อนไขที่ใช้กำหนดรูปแบบการเดิมพันและวิธีตัดสินผลของแต่ละตัวเลือก โดยหน้าราคามักแสดงข้อมูลหลายส่วนพร้อมกัน เช่น ชื่อทีม ทีมต่อ ทีมรอง ตัวเลขแฮนดิแคป เส้นสูงต่ำ และค่าน้ำ ตัวอย่างเช่น หากคู่แข่งขันแสดง ทีม A -0.5 และทีม B +0.5 หมายความว่า A เป็นฝั่งต่อครึ่งลูก ขณะที่ B เป็นฝั่งรองครึ่งลูก ผู้เล่นต้องเลือกว่าต้องการถือเงื่อนไขฝั่งไหนก่อนการแข่งขันจบ และสิ่งสำคัญของ วิธีอ่านราคาบอล คือไม่ควรตีความตัวเลขทุกช่องเป็นอัตราจ่าย เพราะตัวเลขอย่าง 0.25 0.5 หรือ 1.0 ในตลาดแฮนดิแคปคือจำนวนแต้มต่อ ส่วนตัวเลขอย่าง 1.85 1.90 หรือ 2.00 อาจเป็นอัตราจ่ายตามรูปแบบราคาที่เว็บไซต์เลือกใช้
ขั้นตอนอ่านราคาบอลก่อนเดิมพัน พร้อมตัวอย่างจากบิลจำลอง
การอ่านราคาบอลให้แม่นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากตัวเลขทั้งหมดพร้อมกัน วิธีที่ง่ายกว่าคือแยกดูทีละส่วน เริ่มตั้งแต่ตลาดที่กำลังเลือก ตามด้วยทีมต่อหรือรอง แต้มต่อ ค่าน้ำ และจำนวนเงิน เมื่อเข้าใจว่าแต่ละตัวเลขทำหน้าที่อะไรแล้วจึงค่อยพิจารณาว่าผลการแข่งขันแบบไหนจะทำให้บิลชนะ แพ้ คืนทุน หรือได้ผลครึ่งหนึ่ง
ตัวอย่างสมมติพบคู่ ทีม A พบ ทีม B โดยมีราคา A ต่อ 0.5 และอัตราจ่าย Decimal 1.90 หากต้องการลง 100 บาท สามารถอ่านบิลตามลำดับได้แบบนี้
- ตรวจตลาดก่อน : เลือก Asian Handicap หรือราคาต่อรองเต็มเวลา
ตัวอย่าง หากเลือกผิดเป็นตลาดครึ่งแรก บิลจะตัดสินจากผล 45 นาทีแรกแทนผลเต็มเวลา - ดูว่าทีมใดเป็นต่อ : ทีม A ต่อ 0.5
หมายความว่า หากเลือก A ทีม A จำเป็นต้องชนะการแข่งขัน - อ่านแต้มต่อ : ราคา 0.5 ไม่มีผลคืนทุน
ตัวอย่าง A ชนะ 2-1 = ฝั่ง A ชนะเดิมพัน แต่หากเสมอ 1-1 = ฝั่ง A แพ้เดิมพัน - ตรวจค่าน้ำ : อัตราจ่าย 1.90
หากเดิมพัน 100 บาทและชนะ ตัวอย่างยอดรับรวมคือ 100 × 1.90 = 190 บาท - เช็กจำนวนเงินก่อนยืนยัน : ตรวจว่าใส่ยอดเดิมพันถูกต้อง
หากตั้งใจลง 100 บาท ควรตรวจในบิลว่าไม่ได้กรอก 1,000 บาทโดยผิดพลาด - อ่านราคาล่าสุดอีกครั้ง : ราคาอาจเปลี่ยนก่อนกดยืนยัน
ตัวอย่าง หาก A ต่อ 0.5 เปลี่ยนเป็น A ต่อ 0.75 เงื่อนไขเมื่อ A ชนะหนึ่งลูกจะเปลี่ยนจากชนะเต็มเป็นชนะครึ่ง
เมื่อทำตามลำดับนี้ ผู้เล่นจะเห็นภาพว่าการอ่านราคาบอลไม่ได้มีเพียงการดูว่าใครต่อหรือใครรอง แต่ต้องอ่าน ประเภทตลาด แต้มต่อ ค่าน้ำ และเงื่อนไขตัดสินผล ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะราคาที่มี 0.25 และ 0.75 ซึ่งมีโอกาสเกิดผลชนะครึ่งหรือแพ้ครึ่ง การตรวจรายละเอียดก่อนยืนยันจะช่วยให้เข้าใจบิลที่เลือกได้ตรงกับราคาจริงมากขึ้น
วิธีอ่านราคาบอลต่อรอง 0 0.25 0.5 0.75 และ 1 ลูกให้เข้าใจง่าย
ราคาต่อรองหรือ Asian Handicap ใช้แต้มต่อเข้ามาช่วยกำหนดเงื่อนไขระหว่างสองทีม หากทีมหนึ่งถูกมองว่าได้เปรียบจะอยู่ฝั่งต่อ ส่วนอีกทีมอยู่ฝั่งรอง เช่น A ต่อ B ที่ราคา 0.5 หากเลือก A จะต้องให้ A ชนะผลการแข่งขันจะชนะเดิมพัน แต่หากเลือก B ผลเสมอหรือ B ชนะจะเป็นผลที่ได้เปรียบสำหรับฝั่งรองตามเงื่อนไขราคา และราคาที่เป็นเลขเศษอย่าง 0.25 และ 0.75 มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเงินเดิมพันถูกแยกคำนวณระหว่างราคาสองระดับ ตัวอย่าง A ต่อ 0.75 เท่ากับแบ่งเดิมพันครึ่งหนึ่งไปที่ A ต่อ 0.5 และอีกครึ่งไปที่ A ต่อ 1 หาก A ชนะหนึ่งประตู ส่วนต่อ 0.5 จะชนะ แต่ส่วนต่อ 1 จะคืนทุน
วิธีดูค่าน้ำฟุตบอลและคำนวณยอดรับจากราคาที่เลือกเดิมพัน
ค่าน้ำฟุตบอลเป็นตัวเลขที่ใช้กำหนดผลตอบแทนของการเดิมพัน ต้องอ่านแยกออกจากแต้มต่อ ตัวอย่างเช่น ทีม A ต่อ 0.5 ที่อัตราจ่าย Decimal 1.90 หมายความว่า 0.5 คือเงื่อนไขแต้มต่อ ส่วน 1.90 คืออัตราที่นำไปใช้คำนวณยอดรับ หากลงเดิมพัน 100 บาทและผลเดิมพันชนะ ยอดรับรวมตามตัวอย่างจะเท่ากับ 190 บาท ที่รวมเงินเดิมพันเดิมอยู่แล้ว และสูตรพื้นฐานสำหรับราคา Decimal คือ เงินเดิมพัน × อัตราจ่าย = ยอดรับรวม เช่น เดิมพัน 200 บาทที่ราคา 1.85 จะมีตัวอย่างยอดรับรวม 200 × 1.85 = 370 บาท หรือมีกำไร 170 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาที่แสดงบนแต่ละเว็บไซต์อาจใช้ระบบ Decimal Hong Kong Malay หรือ Indo แตกต่างกัน
วิธีอ่านราคาสูงต่ำและราคา 1X2 แตกต่างจากราคาต่อรองอย่างไร
ราคาสูงต่ำไม่ได้เลือกว่าทีมไหนจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ใช้จำนวนประตูรวมเป็นเงื่อนไข เช่น สูง 2.5 หมายความว่าต้องมีอย่างน้อย 3 ประตูจะชนะเดิมพันฝั่งสูง หากจบ 2-1 3-0 หรือ 2-2 ฝั่งสูงจะชนะ แต่ถ้าจบ 1-0 1-1 หรือ 2-0 จำนวนประตูรวมไม่เกิน 2 ลูก ฝั่งต่ำ 2.5 จะเป็นฝ่ายชนะตามเงื่อนไข และส่วนตลาด 1X2 แบ่งตัวเลือกเป็น 1 = เจ้าบ้านชนะ X = เสมอ และ 2 = ทีมเยือนชนะ โดยไม่มีการนำแต้มต่อมาบวกหรือลบกับสกอร์ เช่น หากเลือก 1 แล้วเจ้าบ้านชนะ 1-0 หรือ 3-2 ถือว่าถูกผลเหมือนกัน ความแตกต่างอยู่ที่ตลาดแฮนดิแคปสนใจผลหลังคำนวณแต้มต่อ ตลาดสูงต่ำสนใจจำนวนประตูรวม และตลาด 1X2 สนใจผลชนะ เสมอ หรือแพ้โดยตรง
ตารางตัวอย่างวิธีอ่านราคาบอลแต่ละระดับ พร้อมผลชนะและคืนทุน
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มอ่านราคา การเปรียบเทียบราคาหลายระดับในตารางเดียวจะช่วยให้เห็นความแตกต่างชัดกว่า โดยเฉพาะราคาต่อ 0, 0.25 0.5 0.75 และ 1 ที่มีเงื่อนไขแตกต่างกันแม้ตัวเลขจะห่างกันเพียง 0.25 ลูก ตัวอย่างด้านล่างใช้กรณีเลือก ทีม A เป็นฝั่งต่อ เพื่อให้เปรียบเทียบผลได้ง่าย
สมมติให้ทีม A แข่งขันกับทีม B และพิจารณาเฉพาะผลของฝั่ง A ราคาแต่ละระดับจะให้ผลแบบนี้ โดยตัวอย่างนี้อธิบายเฉพาะหลักการตัดสินแต้มต่อ ไม่รวมรายละเอียดค่าน้ำของแต่ละบิล
ราคาที่เลือก | หาก A ชนะ 2 ลูก | หาก A ชนะ 1 ลูก | หากเสมอ | หาก A แพ้ |
A ต่อ 0 | ชนะ | ชนะ | คืนทุน | แพ้ |
A ต่อ 0.25 | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม | แพ้ครึ่ง | แพ้เต็ม |
A ต่อ 0.5 | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม | แพ้เต็ม | แพ้เต็ม |
A ต่อ 0.75 | ชนะเต็ม | ชนะครึ่ง | แพ้เต็ม | แพ้เต็ม |
A ต่อ 1 | ชนะเต็ม | คืนทุน | แพ้เต็ม | แพ้เต็ม |
ตัวอย่างเช่น หากเลือก A ต่อ 0.75 และผลจบ A ชนะ B 2-1 จะถือว่าชนะครึ่ง เนื่องจากเงินเดิมพันถูกแบ่งเป็น A ต่อ 0.5 และ A ต่อ 1 ส่วนแรกชนะ ส่วนหลังคืนทุน แต่ถ้าจบ A ชนะ 3-1 ผลต่างสองประตูจะทำให้ทั้งสองส่วนชนะ จึงกลายเป็นชนะเต็มตามราคา
ก่อนวางบิลควรตรวจราคาบอล เวลาแข่งขัน และเงื่อนไขการตัดสินผลอะไรบ้าง
ก่อนยืนยันเดิมพันควรตรวจว่าราคาที่เลือกตรงกับคู่แข่งขันและตลาดที่ต้องการจริงหรือไม่ โดยเฉพาะคู่ที่เปิดหลายตลาดพร้อมกัน เช่น เต็มเวลา ครึ่งแรก สูงต่ำ หรือแฮนดิแคป เพราะแม้จะเป็นการแข่งขันเดียวกัน แต่แต่ละตลาดอาจใช้ช่วงเวลาและหลักการตัดสินต่างกัน หากเลือกผิดจากเต็มเวลาเป็นครึ่งแรก ผลเดิมพันก็จะยึดตามตลาดที่กดยืนยันไว้ ไม่ใช่ผลสุดท้ายของการแข่งขัน และอีกจุดที่ควรตรวจคือราคาปัจจุบันก่อนกดยืนยัน เนื่องจากราคาบอลและค่าน้ำสามารถเปลี่ยนระหว่างช่วงเปิดตลาดได้ หากเห็นราคา A ต่อ 0.5 ตอนเลือก แต่ก่อนยืนยันเปลี่ยนเป็น A ต่อ 0.75 เงื่อนไขที่ต้องใช้ตัดสินก็เปลี่ยนตามไปด้วย